- หน้าแรก >>
- รีวิวเทคโนโลยี
- ล่าสุด
Joy-Con 2 ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด สู่ประสบการณ์ที่เหนือกว่า
by Utech 30 Views

Joy-Con 2 ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด สู่ประสบการณ์ที่เหนือกว่า
ย้อนกลับไปตอนปี 2017 ที่ Nintendo Switch รุ่นแรกเปิดตัว Joy Con คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เราได้เล่นเกมได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งแบบพกพาและต่อทีวี ความยืดหยุ่นในการถอดแยกส่วน ใช้เดี่ยว ใช้คู่ หรือต่อกับ Grip ก็ทำให้ Joy Con เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน แต่แน่นอนว่าของทุกอย่างย่อมมีจุดที่ต้องปรับปรุง Joy Con รุ่นแรกก็เจอปัญหาใหญ่ที่หลายคนรู้จักกันดี นั่นคือ "Joy-Con Drift" ที่ก้านอนาล็อกมันเคลื่อนเอง สร้างความหงุดหงิดไม่น้อยเลย แถมขนาดที่เล็กไปหน่อยก็อาจไม่เหมาะกับคนมือใหญ่ที่เล่นนานๆ จากบทเรียนเหล่านี้ Nintendo ก็เลยพัฒนา Joy-Con 2 สำหรับ Switch 2 โดยตั้งใจแก้ปัญหาเดิมๆ และยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมให้ดีขึ้นไปอีกขั้น!
Joy-Con 2: ดีไซน์ใหม่ นวัตกรรมจัดเต็ม!

สำหรับ Nintendo Switch 2 ตัว Joy Con จะมีดีไซน์หลักเพียงแบบเดียวที่มาพร้อมเครื่อง แม้ว่าอนาคตอาจจะมีสีพิเศษหรือรุ่น Limited Edition ออกมา แต่โครงสร้างพื้นฐานและฟังก์ชันก็จะยังเหมือนเดิมเป๊ะๆ ทีนี้ เรามาดูกันดีกว่าว่า Joy-Con 2 มีอะไรใหม่และต่างจาก Joy Con รุ่นแรกยังไงบ้าง:
เจาะลึกความแตกต่างสำคัญ
- ระบบเชื่อมต่อแบบแม่เหล็ก (Magnetic Connection):
- Joy-Con 2: เปลี่ยนจากรางสไลด์มาใช้ ระบบแม่เหล็ก ในการเชื่อมต่อกับตัวเครื่อง ทำให้ถอดใส่ง่าย เร็ว และลื่นไหลกว่าเดิมเยอะ!
- Joy-Con รุ่นเดิม: ใช้รางสไลด์ที่บางทีก็สึกหรอหรือมีปัญหาตอนถอดใส่ได้
- ดีไซน์และขนาดที่ปรับปรุงใหม่:
- Joy-Con 2: มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ทำให้จับถนัดมือมากขึ้น โดยเฉพาะคนมือใหญ่ การออกแบบก็ดูทันสมัยและเรียบง่ายขึ้นด้วย
- Joy-Con รุ่นเดิม: ขนาดค่อนข้างเล็ก บางคนอาจไม่ถนัดมือเวลาเล่นนานๆ
- ฟีเจอร์ "เมาส์" และ Optical Sensor:
- Joy-Con 2: มาพร้อมความสามารถในการทำงานเป็น "เมาส์" ในบางเกมหรือบางฟังก์ชัน ด้วยการใส่ Optical Sensor เข้ามา ฟีเจอร์นี้อาจเปิดประสบการณ์การควบคุมที่หลากหลายและแม่นยำขึ้นเยอะเลย
- Joy-Con รุ่นเดิม: ไม่มีฟังก์ชันเมาส์ในตัว
- HD Rumble 2 ที่สมจริงยิ่งขึ้น:
- Joy-Con 2: ระบบสั่น HD Rumble ถูกปรับปรุงใหม่ ให้ความละเอียด ความเข้มข้น และความสมจริงในการสั่นที่เหนือกว่าเดิม ทำให้คุณสัมผัสฟีดแบ็กจากเกมได้ละเอียดและลึกซึ้งยิ่งขึ้น เหมือนกับคอนโทรลเลอร์ GameCube เลยทีเดียว
- Joy-Con รุ่นเดิม: มี HD Rumble เหมือนกัน แต่ความละเอียดอาจจะไม่เท่ารุ่นใหม่
- ปุ่ม "C Button" สำหรับ GameChat:
- Joy-Con 2: Joy Con R (ด้านขวา) มีการเพิ่ม "C Button" ใหม่ ซึ่งหลักๆ คือไว้ใช้สำหรับฟีเจอร์ "GameChat" ช่วยให้สื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมหรือคู่แข่งในเกมได้ง่ายและสะดวกขึ้น
- Joy-Con รุ่นเดิม: ไม่มีปุ่มเฉพาะสำหรับ GameChat
- ปุ่ม GL/GR (ปุ่มด้านหลัง) เพิ่มเติม:
- Joy-Con 2: มีข่าวว่า Joy Con 2 อาจมีปุ่มกดเพิ่มเติมที่ด้านหลัง (GL/GR) ซึ่งจะเพิ่มทางเลือกในการควบคุมและอาจปรับแต่งฟังก์ชันได้ ทำให้เราตั้งค่าปุ่มได้อิสระมากขึ้น
- Joy-Con รุ่นเดิม: ไม่มีปุ่มเพิ่มเติมที่ด้านหลัง
- การรองรับการใช้งานร่วมกัน:
- Joy-Con 2: ไม่สามารถใช้ร่วมกับเครื่อง Nintendo Switch รุ่นเดิมได้ และ Joy Con รุ่นเดิมก็ไม่สามารถใช้กับ Nintendo Switch 2 ได้โดยตรง เพราะขนาดที่ต่างกันและระบบเชื่อมต่อแม่เหล็กใหม่
- Pro Controller รุ่นเดิม: แต่ข่าวดีคือ Nintendo Switch 2 ยังคงรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายกับ Pro Controller รุ่นแรก นะ ใครที่มีอยู่แล้วก็ยังใช้ต่อได้สบายๆ
สเปคของ Joy-Con Nintendo Switch 2: เจาะลึกข้อมูลเทคนิค

Joy-Con 2 ไม่ใช่แค่ปรับปรุงเล็กน้อย แต่เป็นการออกแบบใหม่หมด ทั้งโครงสร้างและฟังก์ชัน เพื่อตอบโจทย์ผู้เล่นและแก้ปัญหาเดิมๆ ที่เคยเจอ
มิติและน้ำหนัก:
- ขนาด:
- Joy-Con [L]: ประมาณ 11.61 ซม. (4.57 นิ้ว) สูง x 1.42 ซม. (0.56 นิ้ว) กว้าง x 3.05 ซม. (1.2 นิ้ว) หนา
- Joy-Con [R]: ประมาณ 11.61 ซม. (4.57 นิ้ว) สูง x 1.42 ซม. (0.56 นิ้ว) กว้าง x 3.05 ซม. (1.2 นิ้ว) หนา
- โดยรวมแล้ว Joy Con 2 มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย (จากเดิมสูง 10.2 ซม. กว้าง 3.59 ซม. หนา 2.84 ซม.) เพื่อให้จับถนัดมือมากขึ้น
- น้ำหนัก:
- Joy-Con [L]: ประมาณ 65 กรัม (2.3 ออนซ์)
- Joy-Con [R]: ประมาณ 68 กรัม (2.4 ออนซ์)
การเชื่อมต่อ:
- ระบบแม่เหล็ก (Magnetic Latching System): เปลี่ยนมาใช้แม่เหล็กแรงสูงในการยึดติดกับตัวเครื่อง ทำให้ถอดและใส่ง่าย สะดวก และมั่นคงขึ้นเยอะ
- ไร้สาย: รองรับ Bluetooth 3.0 (ทั้ง Joy Con L และ R)
- NFC: Joy Con [R] ยังคงมี NFC สำหรับการใช้งาน amiibo
แบตเตอรี่:
- ประเภท: แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion) ในตัว (เปลี่ยนเองไม่ได้นะ)
- ความจุ: 500mAh (ต่อ Joy Con 1 ข้าง)
- ระยะเวลาใช้งาน: ประมาณ 20 ชั่วโมง (อาจต่างกันไปขึ้นอยู่กับการใช้งาน)
- เวลาชาร์จ: ประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที (เมื่อเชื่อมต่อกับเครื่อง Nintendo Switch 2 หรือ Joy Con 2 Charging Grip)
ปุ่มควบคุม: Joy-Con 2 ทั้งซ้ายและขวามีชุดปุ่มที่ออกแบบมาเพื่อการควบคุมที่ครบครันและตอบสนองได้ดีขึ้น

เซ็นเซอร์:
- Accelerometer (มาตรความเร่ง): สำหรับตรวจจับการเคลื่อนไหว
- Gyroscope (ไจโรสโคป): สำหรับตรวจจับทิศทางและการหมุน (Motion Control)
- Optical Sensor / Mouse Sensor: ฟีเจอร์ใหม่! ที่ช่วยให้ Joy Con 2 สามารถทำงานเป็น "เมาส์" ได้ในบางเกมหรือบางแอปพลิเคชัน ทำให้การควบคุมบางอย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
- หมายเหตุ: Joy Con รุ่นแรกมี IR Motion Camera ใน Joy Con R แต่ Joy Con 2 ได้ถอดส่วนนี้ออกและแทนที่ด้วย Optical Sensor ที่ทำงานต่างกัน
ระบบสั่น:
- HD Rumble 2: ปรับปรุงระบบสั่น HD Rumble ให้มีความละเอียด ซับซ้อน และสมจริงยิ่งขึ้น เพื่อมอบการตอบสนองที่ลึกซึ้งจากการกระทำในเกม (เช่น การเดินบนพื้นผิวต่างๆ หรือแรงปะทะ) และมีข่าวดีคือ เสียงมอเตอร์สั่นเบาลง เมื่อเทียบกับรุ่นแรก ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ใช้หลายคนเคยบ่น
สีสันเริ่มต้น:
- ส่วนใหญ่จะมาในคู่สี Light Blue/Light Red หรือ สีดำด้าน (Matte Black) ที่มีไฮไลต์สีสันต่าง ๆ
จอยเสริมและ Ecosystem ของ Switch 2 ที่อัปเดตเพิ่มขึ้น!

นอกจาก Joy-Con หลักแล้ว ระบบคอนโทรลเลอร์สำหรับ Nintendo Switch 2 ก็มีการอัปเดตและพัฒนาที่น่าสนใจอีกหลายอย่างเลย:
- Nintendo Switch 2 Pro Controller: นอกจาก Joy Con 2 แล้ว Nintendo ยังเปิดตัว Pro Controller รุ่นใหม่ สำหรับ Switch 2 โดยเฉพาะ ซึ่งปรับปรุงทั้งดีไซน์และการตอบสนอง เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่ชอบเล่นเกมแบบจริงจังและต้องการความแม่นยำสูง
- การรองรับจอยบุคคลที่สามที่กว้างขวางขึ้น: ข่าวดีมากๆ สำหรับผู้เล่นคือ Nintendo Switch 2 ยังคงรองรับจอยคอนโทรลเลอร์บุคคลที่สามหลายรุ่นจาก Switch ดั้งเดิม ทำให้คุณเอาอุปกรณ์เสริมที่มีอยู่แล้วมาใช้ต่อได้เลย! เช่น Hori Split Pad Pro, NYXI Wizard Joy-pad, CRKD Nitro Deck, และ 8BitDo Arcade Stick ได้รับการยืนยันแล้วว่าใช้กับ Nintendo Switch 2 ได้แบบสบายๆ คาดว่าผู้ผลิตจอยรายอื่นๆ ก็จะออกสินค้าใหม่ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ Switch 2 เพื่อใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ใหม่ๆ ด้วย
- Turtle Beach Rematch Wireless Controller: Donkey Kong: เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา (17 กรกฎาคม 2568) ทาง Turtle Beach ก็เพิ่งเปิดตัวคอนโทรลเลอร์ไร้สายอย่างเป็นทางการในธีม Donkey Kong ที่ได้รับลิขสิทธิ์จาก Nintendo คอนโทรลเลอร์นี้ไม่เพียงรองรับ Nintendo Switch รุ่นเดิมทั้งหมดเท่านั้น แต่ยังรองรับการใช้งานกับ Nintendo Switch 2 ด้วย (ยกเว้นปุ่ม C ที่เป็นฟีเจอร์เฉพาะของ Joy-Con 2) มาพร้อมฟีเจอร์ Motion Control และภาพ artwork ที่เปลี่ยนไปตามมุมมอง สร้างความตื่นเต้นให้แฟนๆ Nintendo สุดๆ!
- อุปกรณ์เสริมที่หลากหลายขึ้น: คาดการณ์ได้เลยว่าตลาดอุปกรณ์เสริมจะคึกคักขึ้นเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเคสป้องกันแบบใหม่, แท่นชาร์จ Joy Con ที่รองรับระบบแม่เหล็ก, และการ์ด microSDXC ความเร็วสูงที่ได้รับลิขสิทธิ์ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การเล่นเกมบน Switch 2 ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
สรุป
Joy-Con ของ Nintendo Switch 2 มาพร้อมนวัตกรรมและการปรับปรุงที่สำคัญมากๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบเชื่อมต่อแม่เหล็กที่ดีขึ้น, ขนาดที่จับถนัดมือ, ฟีเจอร์ "เมาส์", HD Rumble ที่สมจริงยิ่งขึ้น, และปุ่มใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามา ด้วยสเปคที่อัปเกรดอย่างเห็นได้ชัดและความเข้ากันได้กับอุปกรณ์เสริมที่หลากหลาย Joy-Con 2 จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมบน Nintendo Switch 2 ให้สมบูรณ์แบบและน่าตื่นเต้นกว่าที่เคย!
ถ้าคุณกำลังคิดจะสอย Nintendo Switch 2 หรืออยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ การทำความเข้าใจความแตกต่างของ Joy Con 2 และสิ่งที่อัปเดตใน Ecosystem ของคอนโซล จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและพร้อมลุยไปกับการผจญภัยในโลกของเกมที่รออยู่แน่นอน



