
ทุกวันนี้ GPT และเครื่องมือ AI กลายเป็นตัวช่วยที่อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด เพราะเพียงมีสมาร์ตโฟนก็สามารถใช้ช่วยจัดการงานหลายอย่างได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่สรุปข้อความยาว ๆ แปลภาษาก่อนส่งให้ลูกค้า ไปจนถึงช่วยร่างอีเมลในสถานการณ์เร่งด่วน เหมาะทั้งกับพนักงานออฟฟิศ นักศึกษา ฟรีแลนซ์ และเจ้าของธุรกิจที่ต้องจัดการหลายเรื่องในแต่ละวัน
สำหรับการใช้งานทั่วไป ผู้ใช้สามารถเปิด ChatGPT บนมือถือ และพิมพ์คำสั่งได้เหมือนใช้งานบนคอมพิวเตอร์ รวมถึงสนทนาด้วยเสียงและใช้งานความสามารถที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพได้ โดยฟีเจอร์ที่เข้าถึงได้อาจแตกต่างกันตามแผน บัญชี และเวอร์ชันของแอป
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่รู้ว่า AI ทำอะไรได้ แต่คือรู้ว่าจะนำมาใช้กับงานประจำวันอย่างไรให้ช่วยประหยัดเวลาได้จริง

หนึ่งในงานที่เหมาะกับเครื่องมือ AI มากที่สุดคือการจัดการข้อมูลจำนวนมาก เพราะ ChatGPT สามารถช่วยร่าง เขียนใหม่ และสรุปเนื้อหา รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลจากไฟล์ที่รองรับได้
จุดนี้มีประโยชน์มากสำหรับคนที่ได้รับข้อความจากทีมเป็นจำนวนมาก ต้องอ่านเอกสารก่อนประชุม หรือมีโน้ตยาว ๆ ที่ต้องการจับประเด็นภายในเวลาไม่กี่นาที แทนที่จะอ่านข้อความทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ สามารถให้ผู้ช่วย AI จัดโครงสร้างข้อมูลก่อน แล้วค่อยกลับไปตรวจต้นฉบับในส่วนที่สำคัญอีกครั้ง
แทนที่จะใช้ Prompt สั้น ๆ ว่า “ช่วยสรุปให้หน่อย” ควรระบุเพิ่มเติมว่า ต้องการนำข้อมูลไปทำอะไร และอยากได้ผลลัพธ์รูปแบบไหน เพราะคำสั่งที่มีบริบทจะช่วยลดการแก้ไขคำตอบหลายรอบ
ตัวอย่างคำสั่งที่นำไปใช้ได้ทันที เช่น
เทคนิคนี้ทำให้ AI ช่วยสรุปงาน ได้ตรงวัตถุประสงค์มากขึ้น และยังช่วยเปลี่ยนข้อมูลชุดเดียวให้เหมาะกับผู้รับสารหลายกลุ่มได้ เช่น ฉบับสั้นสำหรับผู้บริหาร หรือฉบับละเอียดสำหรับทีมงาน
จุดเด่นของการใช้งานบนสมาร์ตโฟนคือไม่จำเป็นต้องพิมพ์ตลอดเวลา ปัจจุบัน ChatGPT รองรับการสนทนาด้วยเสียงบนประสบการณ์ที่รองรับใน iOS และ Android และสามารถใช้ข้อความหรือรูปภาพร่วมกับการสนทนาในบางโหมดได้
ตัวอย่างเช่น หากกำลังเดินทางและมีไอเดียสำหรับงาน สามารถพูดคุยเพื่อช่วยจัดหัวข้อก่อนกลับไปเรียบเรียงบนคอมพิวเตอร์ หรือหากมีภาพ ตาราง หรือ Screenshot ที่ต้องการทำความเข้าใจ ก็สามารถใช้ความสามารถด้านการวิเคราะห์ภาพช่วยอธิบายสิ่งที่ปรากฏได้
อย่างไรก็ตาม หากเป็นข้อมูลสำคัญ เช่น ราคา วันที่ ตัวเลขยอดขาย เงื่อนไขสัญญา หรือกำหนดส่งงาน ควรตรวจสอบกับต้นฉบับก่อนนำคำตอบไปใช้งานจริงเสมอ
นอกจากการสรุปข้อมูลแล้ว การแปลภาษาและเรียบเรียงข้อความถือเป็นอีกสองงานที่ใช้ผ่านมือถือได้สะดวก โดย ChatGPT รองรับงานด้านการแปล รวมถึงการร่างและปรับแก้ข้อความตามคำสั่งของผู้ใช้
จุดที่แตกต่างจากการแปลคำต่อคำคือ เราสามารถระบุ บริบท ผู้รับสาร และ Tone of Voice เพิ่มเติมได้ ทำให้เหมาะกับสถานการณ์การทำงานมากขึ้น
สมมติว่าต้องตอบข้อความจากลูกค้าต่างประเทศ แทนที่จะพิมพ์เพียง
“แปลเป็นภาษาอังกฤษ”
ลองเปลี่ยนเป็น
“ช่วยแปลข้อความต่อไปนี้เป็นภาษาอังกฤษสำหรับตอบลูกค้า ใช้น้ำเสียงสุภาพ เป็นมืออาชีพ แต่เป็นกันเอง และรักษารายละเอียดสำคัญจากต้นฉบับให้ครบ”
เพียงเพิ่มบริบทสั้น ๆ ระบบก็จะเข้าใจว่าผลลัพธ์ควรมีลักษณะต่างจากการแปลเพื่อคุยกับเพื่อนหรือใช้เขียนเอกสารทางการ
แนวทางเดียวกันสามารถนำไปใช้กับภาษาอื่น การปรับข้อความให้อ่านง่าย หรือการขอให้ช่วยอธิบายประโยคที่ไม่เข้าใจได้เช่นกัน
สำหรับคนทำงานที่ต้องตอบอีเมลหลายฉบับต่อวัน AI เขียนอีเมล สามารถช่วยลดเวลาที่เสียไปกับการคิดประโยคเปิด การจัดลำดับข้อมูล และการปิดท้ายข้อความได้
เช่น ถ้ามีข้อมูลเพียงว่า “งานส่งช้า 2 วัน เพราะต้องตรวจ QC เพิ่ม และจะส่งวันศุกร์” สามารถสั่งว่า
“ช่วยร่างอีเมลแจ้งลูกค้าว่างานจะล่าช้ากว่ากำหนด 2 วัน เนื่องจากต้องตรวจสอบคุณภาพเพิ่มเติม แจ้งกำหนดส่งใหม่เป็นวันศุกร์ ใช้น้ำเสียงสุภาพ รับผิดชอบ และกระชับ”
จากนั้นจึงนำร่างที่ได้มาปรับให้เข้ากับสไตล์ของบริษัทอีกครั้ง
วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือใช้เครื่องมือ AI เป็น ผู้ช่วยสร้าง First Draft ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจแทนทั้งหมด โดยเฉพาะอีเมลที่มีข้อมูลทางการเงิน ข้อตกลง หรือข้อมูลสำคัญของลูกค้า

การใช้ GPT ให้เกิดประโยชน์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเขียนคำสั่งยาวที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับว่าคำสั่งนั้นบอกสิ่งที่ต้องการชัดเจนแค่ไหน เพราะ ChatGPT สามารถทำตามคำสั่งภาษาธรรมชาติและปรับคำตอบตามบริบทในการสนทนาได้
สำหรับมือใหม่สามารถใช้สูตรง่าย ๆ คือ
งานที่ต้องการ + บริบท + รูปแบบผลลัพธ์ + ข้อจำกัด
ตัวอย่าง จากเดิม
“เขียนอีเมลตามงานให้หน่อย”
เปลี่ยนเป็น
“ช่วยเขียนอีเมลติดตามงานจาก Supplier ซึ่งเลยกำหนดส่งมาแล้ว 3 วัน ใช้น้ำเสียงสุภาพและเป็นมืออาชีพ ความยาวไม่เกิน 150 คำ พร้อม Subject Email”
รายละเอียดที่ควรบอกระบบมี 4 อย่าง ได้แก่
หากผลลัพธ์รอบแรกยังไม่ตรง ก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด สามารถสั่งต่อจากบทสนทนาเดิมได้ เช่น “ลดความยาวลง 30%” “ทำให้เป็นกันเองขึ้น” หรือ “เปลี่ยนจากย่อหน้าเป็นตาราง” ซึ่งเป็นวิธีใช้งานที่สะดวกมากเมื่อต้องจัดการงานบนหน้าจอมือถือ
ประโยชน์ของ GPT บนมือถือไม่ได้จำกัดอยู่ที่การถามคำถามทั่วไป แต่สามารถช่วยลดขั้นตอนเล็ก ๆ ที่กินเวลาในแต่ละวัน ตั้งแต่สรุปเอกสาร เตรียมประเด็นก่อนประชุม แปลข้อความ ไปจนถึงสร้างร่างอีเมล เพียงระบุเป้าหมาย บริบท และรูปแบบคำตอบให้ชัดเจน
สำหรับคนที่เริ่มต้น ไม่จำเป็นต้องเรียนเทคนิค Prompt ที่ซับซ้อน ลองเริ่มจากงานที่ทำซ้ำเป็นประจำก่อน แล้วค่อยปรับวิธีสั่งงานให้เหมาะกับตัวเอง ที่สำคัญคือควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญก่อนนำไปใช้งานจริง และหลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลที่เป็นความลับเข้าสู่เครื่องมือโดยไม่ได้ตรวจสอบนโยบายขององค์กร
หากกำลังมองหาสมาร์ตโฟน อุปกรณ์ไอที หรือ Gadget ที่ช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น สามารถติดตามสินค้าและบทความเทคโนโลยีเพิ่มเติมได้ที่ UTECH เพื่อเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และรูปแบบการทำงานของคุณ
สามารถนำมาใช้ช่วยสรุปข้อมูล แปลภาษา ร่างข้อความ เตรียมอีเมล ระดมไอเดีย หรืออธิบายข้อมูลที่เข้าใจยากได้ นอกจากนี้ ChatGPT บนมือถือยังรองรับการสนทนาด้วยเสียง และมีความสามารถเกี่ยวกับภาพในประสบการณ์ที่รองรับ โดยฟีเจอร์และข้อจำกัดอาจแตกต่างตามบัญชีและแผนการใช้งาน
ไม่แนะนำให้ส่งโดยไม่ตรวจทาน ควรเช็กชื่อผู้รับ วันที่ ตัวเลข รายละเอียดสินค้า เงื่อนไขทางธุรกิจ และน้ำเสียงอีกครั้ง วิธีที่เหมาะสมกว่าคือใช้ AI สร้างร่างแรก แล้วให้ผู้ใช้งานเป็นคนตรวจและตัดสินใจก่อนส่ง
ไม่จำเป็น คำสั่งสั้นก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีได้หากมีข้อมูลสำคัญครบ เช่น งานที่ต้องการ บริบท รูปแบบคำตอบ และข้อจำกัด หากคำตอบยังไม่ตรง สามารถใช้คำสั่งต่อเนื่องเพื่อขอให้ปรับแก้ได้