- หน้าแรก >>
- ข่าวสาร
- รีวิวเทคโนโลยี
- สาระน่ารู้
- ไลฟ์สไตล์
- ล่าสุด
มาตรฐาน 80 Plus ใน PSU คืออะไร ช่วยประหยัดไฟได้จริงหรือไม่?
by Utech 910 Views
ใครที่กำลังจะประกอบคอมเครื่องแรก อาจเคยได้ยินคนรอบข้างหรือชาวเน็ตแนะนำให้เลือกอุปกรณ์จ่ายไฟ หรือ Power Supply (PSU) ที่มีตรา 80 Plus สูง ๆ เอาไว้ก่อน เพื่อการันตีคุณภาพของ PSU แต่คุณรู้จักมาตรฐานนี้ดีพอแล้วหรือยัง? ถ้ายังไม่รู้ บทความนี้จะทำให้คุณบรรลุเอง!
80 Plus คืออะไร
ก่อนที่เราจะพูดถึงมาตรฐานใด ๆ ก็ตาม อยากให้เพื่อน ๆ รู้จักการทำงานของ PSU กันก่อน อุปกรณ์นี้ทำหน้าที่แปลงไฟบ้านที่เป็นกระแสสลับ (AC) ให้เป็นไฟกระแสตรง (DC) ประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงนี้ ในระหว่างการแปลงกระแสไฟฟ้า จะเกิดการสูญเสียพลังงานในรูปแบบความร้อนให้กับสิ่งแวดล้อม
หากพลังงานที่สูญเสียไปกับความร้อนมีมากขึ้น ไฟบ้านจะต้องจ่ายเข้าไปใน PSU มากขึ้นเพื่อให้ได้วัตต์ตามเป้าหมายที่ต้องการ นั่นหมายความว่าเราจะต้องเสียค่าไฟมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น PSU ทั่วไปที่ไม่ผ่านมาตรฐานใด ๆ อาจจะต้องใช้ไฟบ้านถึง 416W ถึงจะแปลงเป็นไฟกระแสตรงใน PSU ได้ 250W เท่ากับว่าสูญเสียไฟไปมากถึง 166W ให้กับสิ่งแวดล้อม
ด้วยเหตุนี้ ในปี 2004 สถาบันวิจัยด้านพลังงานไฟฟ้า (EPRI - Electric Power Research) ได้นำเสนอไอเดียในการวางมาตรฐานการจ่ายไฟของ PSU ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภคจะได้ใช้ไฟฟ้าได้อย่างคุ้มค่า
หัวใจสำคัญของมาตรฐานนี้ คือ PSU จะต้องนำไฟฟ้ากระแสสลับมาแปลงเป็นไฟฟ้ากระตรงได้ไม่ต่ำกว่า 80% ในช่วงโหลด 20%, 50% และ 100% (โหลด หมายถึง ร้อยละของการทำงานในการจ่ายไฟของ PSU) ซึ่งในแต่ละโหลดจะเป็นตัวแบ่งประเภทของมาตรฐาน 80 Plus อีกทีหนึ่ง โดยจะกล่าวในลำดับถัดไป
80 Plus มีกี่ประเภท
จากข้อมูลที่ว่า PSU จะต้องนำไฟฟ้ากระแสสลับมาแปลงเป็นไฟฟ้ากระตรงได้ไม่ต่ำกว่า 80% ในช่วงโหลดที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดประเภทของ 80 Plus ขึ้นมา โดยดูได้จากตารางทางด้านล่างนี้

เพื่อเปรียบเทียบให้ชัดเจน ในโหลด 50% ต้องการไฟ 250W ใน PSU ที่มีมาตรฐาน 80% ประเภทต่าง ๆ จะต้องใช้ไฟบ้านจ่ายเข้ามา ดังนี้

จะเห็นได้ว่า ยิ่งมาตรฐาน 80 Plus ระดับสูงขึ้น จะช่วยลดการสูญเสียไฟฟ้าไปกับพลังงานความร้อนได้ดีขึ้นด้วย
สิ่งที่หลายคนอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับมาตรฐาน 80 Plus
1. ไม่ได้บ่งบอกถึงปริมาณไฟที่ PSU จ่ายได้
ข้อนี้คือสิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดกันมากที่สุดว่า 80 Plus คือ การการันตีว่า PSU จะจ่ายไฟได้ไม่น้อยกว่า 80% ตามวัตต์ที่เขียนไว้ในสเปก ซึ่งตรงนี้ผิดนะครับ เพราะอย่างที่บอกว่ามาตรฐานนี้บ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการแปลงไฟบ้านเข้ามาในระบบ ลดการสูญเสียพลังงานไปกับความร้อน
ส่วนตัวที่บอกว่า PSU จะจ่ายไฟได้เท่าไรนั้น ต้องการฉลากที่เป็นตารางแปะไว้ข้างกล่อง ตัวนี้จะบอกว่าการจ่ายไฟให้การ์ดจอ, ซีพียู หรืออุปกรณ์ชิ้นอื่น PSU สามารถจ่ายได้เท่าไรบ้าง
2. บ่งบอกคุณภาพและความทนทาน
เรื่องนี้มีทั้งจริงและไม่จริง คือ การที่ PSU ตัวหนึ่งจะผ่านมาตรฐาน 80 Plus ได้นั้น จะต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอนจึงจะได้รับมาตรฐานนี้มาใช้ ถึงกระนั้น ผู้ผลิตคงไม่ได้ส่ง PSU "ทุกตัว" ในล็อตการผลิตไปให้เขาตรวจหรอกนะ แต่จะเป็นการสุ่มตรวจในบางตัวเท่านั้น นั่นเท่ากับว่าหากเราโชคร้ายเจอ PSU หลุด QC ขึ้นมาจริง ๆ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ ก็ต้านไม่อยู่แล้วล่ะ
แล้วเกมเมอร์ควรเลือกแบบไหนดี?
ต้องขอตอบตรงนี้ว่า แล้วแต่ความพึงพอใจเลยครับ เพราะตอนนี้เราทราบแล้วว่ามาตรฐาน 80 Plus ของ PSU เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพในการแปลงไฟ ช่วยให้ประหยัดไฟ ไม่ได้มีผลต่อปริมาณวัตต์ของ PSU ดังนั้น เราสามารถเลือก PSU แบบไหนมาใช้งานก็ได้ขอแค่รองรับมาตรฐาน 80 Plus เป็นพอ
ทั้งนี้ โดยส่วนมากยิ่ง PSU ที่มีวัตต์สูง ๆ ราคาแพง ๆ ทางแบรนด์มักจะใส่ 80 Plus มาให้ขั้นต่ำก็จะเป็น Gold หรือ Platinum มาอยู่ ส่วนตัวผมจึงคิดว่า เบื้องต้นเราเลือกอย่างไรก็ได้ ขอแค่ PSU สามารถจ่ายไฟให้อุปกรณ์ได้อย่างเพียงพอ และแปะฉลาก 80 Plus มาให้ อย่างน้อย ๆ ก็ Plus ธรรมดา หรือ Plus Bronze แค่นี้ก็อุ่นใจแล้วสำหรับเกมเมอร์มือใหม่ครับ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก The Overclocker


