
ตลาด มือถือ โลกในไตรมาส 2 ปี 2026 มีการแข่งขันที่น่าสนใจ แม้ยอดจัดส่งโดยรวมลดลงจากปีก่อน แต่แบรนด์ขนาดใหญ่อย่าง Samsung และ Apple กลับเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้สำเร็จ ขณะที่ผู้ผลิตจากจีนต้องรับมือกับต้นทุนหน่วยความจำและชิ้นส่วนที่สูงขึ้น บทความนี้สรุป 5 อันดับแบรนด์ชั้นนำจากรายงานของ Omdia ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2026 พร้อมวิเคราะห์ว่าตัวเลขเหล่านี้สะท้อนอะไร และผู้บริโภคควรใช้ข้อมูลอันดับตลาดประกอบการเลือกซื้ออย่างไร
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ขายดีที่สุด” ในบทความนี้อ้างอิงจากส่วนแบ่งยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลก หรือจำนวนเครื่องที่ผู้ผลิตส่งเข้าสู่ช่องทางจำหน่าย ไม่ใช่ยอดขายปลีกที่ชำระเงินโดยผู้บริโภคทั้งหมด ตัวเลขจากบริษัทวิจัยแต่ละแห่งจึงอาจแตกต่างกันตามวิธีเก็บข้อมูล

Omdia รายงานว่า ตลาดสมาร์ตโฟนโลก หดตัว 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุสำคัญมาจากปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำ ต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้น และปัญหาคอขวดในกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์บางประเภท ส่งผลให้หลายแบรนด์ต้องลดจำนวนรุ่น ปรับราคาขึ้น หรือเลือกเน้นสินค้าที่สร้างรายได้ต่อเครื่องสูงกว่าเดิม
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ มือถือ ราคาต่ำกว่า 400 ดอลลาร์ เนื่องจากผู้ซื้อในช่วงราคานี้อ่อนไหวต่อการปรับราคา ขณะที่ผู้ผลิตมีอัตรากำไรค่อนข้างจำกัด Omdia ระบุว่าหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอาจคิดเป็นมากกว่า 60% ของต้นทุนชิ้นส่วนในรุ่นประหยัด และมากกว่า 30% ในรุ่นระดับสูง
อย่างไรก็ตาม Samsung และ Apple สามารถสวนกระแสตลาด โดยมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2025 จำนวน 2 และ 4 จุดเปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าแบรนด์ที่มีฐานลูกค้าแข็งแรง บริหารห่วงโซ่อุปทานได้ดี และมีผลิตภัณฑ์ระดับกลางถึงพรีเมียม จะรับมือกับต้นทุนที่ผันผวนได้ดีกว่า
อีกแนวโน้มสำคัญคือผู้ผลิตเริ่มเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านจำนวนเครื่อง ไปสู่การสร้างมูลค่าต่อเครื่องให้สูงขึ้น ผู้บริโภคจึงอาจพบว่าสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่มีราคาเฉลี่ยสูงขึ้น ตัวเลือกราคาประหยัดน้อยลง หรือบางรุ่นต้องปรับลดสเปกเพื่อรักษาราคาเดิม
ที่มา: Omdia ข้อมูลส่วนแบ่งยอดจัดส่งทั่วโลกประจำไตรมาส 2 ปี 2026 โดยตัวเลขแบรนด์อื่น ๆ 29% คำนวณจากส่วนแบ่งที่เหลือ
Samsung ครองอันดับหนึ่งด้วยส่วนแบ่ง 22% โดยได้แรงหนุนจากความต้องการที่ยังแข็งแรง ความพร้อมด้านสินค้า และการเลื่อนเปิดตัว Galaxy S26 Series ซึ่งทำให้ความต้องการของตลาดพรีเมียมบางส่วนเข้ามาอยู่ในไตรมาสนี้
นอกจากนี้ Samsung ยังได้ประโยชน์ในตลาดรุ่นประหยัด หลังจากคู่แข่งจากจีนลดจำนวนผลิตภัณฑ์และปรับราคาส่งสูงขึ้นเพื่อควบคุมต้นทุน จุดแข็งอีกด้านคือการมีรุ่นให้เลือกตั้งแต่ระดับเริ่มต้น ระดับกลาง ไปจนถึงเรือธง ช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่าแบรนด์ที่พึ่งพาช่วงราคาใดช่วงราคาหนึ่ง
Apple ตามมาใกล้เคียงด้วยส่วนแบ่ง 20% และทำผลงานไตรมาส 2 ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท ปัจจัยหลักมาจากกระแสการอัปเกรด iPhone 17 Series และการคงราคาจำหน่ายในช่วงที่หลายแบรนด์ต้องขึ้นราคา ทำให้ผู้ซื้อระดับพรีเมียมยังตัดสินใจได้ง่าย
เมื่อรวมส่วนแบ่งของ Samsung และ Apple ทั้งสองแบรนด์ มือถือ ครองตลาดถึง 42% ขณะที่ Xiaomi, OPPO และ vivo มีส่วนแบ่งรวมกัน 29% แสดงให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างสองผู้นำกับกลุ่มผู้ผลิตจีนที่แข่งขันกันอย่างใกล้ชิด
Xiaomi รักษาอันดับสามด้วยส่วนแบ่ง 11% แม้ตลาดระดับแมสซึ่งเป็นฐานลูกค้าสำคัญจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนหน่วยความจำและกำลังซื้อที่ชะลอตัว จุดแข็งของแบรนด์ยังอยู่ที่ผลิตภัณฑ์หลากหลายและภาพจำเรื่องความคุ้มค่า
อย่างไรก็ตาม ช่องว่างจากสองอันดับแรกสะท้อนว่าการแข่งขันด้วยสเปกต่อราคาเพียงอย่างเดียวอาจทำได้ยากขึ้น หากต้นทุนการผลิตยังคงอยู่ในระดับสูง Xiaomi จึงอาจต้องเลือกระหว่างการปรับราคา ลดจำนวนรุ่นที่ใกล้เคียงกัน หรือขยับผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดระดับกลางมากขึ้น
สำหรับผู้ซื้อ การเปรียบเทียบรุ่นต่อรุ่นจึงสำคัญกว่าการตัดสินจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว โดยควรดูทั้งความจุ หน่วยความจำ คุณภาพกล้อง ระยะเวลาการอัปเดตระบบ และบริการหลังการขาย
OPPO อยู่ในลำดับสี่ด้วยส่วนแบ่ง 10% ระหว่างปรับโครงสร้างการดำเนินงานและบริหารกลุ่มสามแบรนด์ในเครือให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วน vivo ครองอันดับห้าด้วยส่วนแบ่ง 8% โดยทั้งสองรายยังรักษาสถานะผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดโลกได้
ส่วนแบ่งที่ต่างกันเพียง 1 จุดเปอร์เซ็นต์ระหว่าง Xiaomi กับ OPPO และ 2 จุดเปอร์เซ็นต์ระหว่าง OPPO กับ vivo ทำให้อันดับสามถึงห้ายังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงในไตรมาสต่อไป ปัจจัยสำคัญจะอยู่ที่การควบคุมราคา ความพร้อมของสินค้า และการเปิดตัวรุ่นใหม่ที่ตรงกับความต้องการในแต่ละประเทศ
อันดับของแบรนด์ มือถือ ช่วยให้เห็นความนิยม ขนาดช่องทางจำหน่าย และความแข็งแรงของธุรกิจโดยภาพรวม แต่ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์เดียวในการเลือกซื้อ เนื่องจาก ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟน รวมผลิตภัณฑ์ทุกระดับราคา และไม่ได้ยืนยันว่าทุกรุ่นของแบรนด์อันดับสูงจะเหมาะกับผู้ใช้ทุกคน
ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรตรวจสอบอย่างน้อย 4 เรื่อง ได้แก่
สำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้ทำคอนเทนต์ อันดับดังกล่าวยังช่วยบอกว่าแบรนด์ใดกำลังได้รับความสนใจในระดับโลก แต่ควรใช้ร่วมกับข้อมูลการค้นหา ยอดขาย และราคาในประเทศไทย เพราะส่วนแบ่งตลาดโลกอาจไม่ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศ
สรุปแล้วส่วนแบ่งตลาด มือถือ ช่วยให้เห็นความแข็งแรงและทิศทางของแต่ละแบรนด์ โดย Samsung และ Apple เป็นสองผู้นำที่ชัดเจน ส่วน Xiaomi, OPPO และ vivo ยังแข่งขันกันอย่างใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม รุ่นที่เหมาะที่สุดควรตอบโจทย์การใช้งาน งบประมาณ และบริการหลังการขายของผู้ซื้อ หากกำลังมองหาอุปกรณ์ไอทีหรือสมาร์ตโฟนรุ่นที่น่าสนใจ สามารถติดตามข้อมูลสินค้าและโปรโมชันจาก UTECH เพื่อเปรียบเทียบตัวเลือกก่อนตัดสินใจซื้อ
Samsung อยู่ในอันดับหนึ่งตามข้อมูล Omdia ด้วยส่วนแบ่งยอดจัดส่งทั่วโลก 22% ตามด้วย Apple ที่ 20% โดยทั้งสองแบรนด์มีส่วนแบ่งรวมกัน 42% ส่วนอันดับสามถึงห้า ได้แก่ Xiaomi, OPPO และ vivo ตามลำดับ ew0
Apple ได้แรงหนุนจากรอบการอัปเกรด iPhone 17 Series ที่แข็งแรงและการรักษาราคาจำหน่ายในช่วงที่คู่แข่งหลายรายต้องปรับราคาขึ้น ส่งผลให้บริษัททำส่วนแบ่งตลาดไตรมาส 2 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 20%
ใช้เป็นข้อมูลประกอบได้ แต่ไม่สามารถบอกคุณภาพของทุกรุ่นโดยตรง เพราะอันดับคำนวณจากยอดจัดส่งรวมทั้งแบรนด์ ผู้ซื้อควรเปรียบเทียบสเปก ประสบการณ์ใช้งาน การอัปเดตระบบ บริการหลังการขาย ราคา และความเหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานเพิ่มเติม