- หน้าแรก >>
- สาระน่ารู้
- ล่าสุด
คัสตอมคีย์บอร์ด VS แมคคานิคอลคีย์บอร์ด คืออะไร? มาทำเข้าใจและโดนป้ายยาไปพร้อม ๆ กัน!
by Utech 794 Views
ช่วงนี้คีย์บอร์ดสวย ๆ เพียบเลยใช่มั้ยล่ะครับ บางทีก็เห็นคนทำ ASMR เสียงคีย์บอร์ดเพราะ ๆ เพลิน ๆ ในบทความนี้จะพามารู้จักกับ Custom Keyboard กันให้มากขึ้นว่ามันคืออะไร มันมีรายละเอียดแตกต่างยังไงกับ Mechanicel Keyboard บ้าง มาพบกับคำตอบในบทความนี้กันเลยครับ
Mechanical Keyboard กับ Custom Keyboard เหมือนกันมั้ย?
เอาเข้าจริงต้องว่ากันอย่างนี้ครับ Custom Keyboard ส่วนใหญ่เกือบจะทั้งหมดก็คือ Mechanical Keyboard นั่นแหละ โดยแมคคานิคอลคีย์บอร์ดหรือคีย์บอร์ดเชิงกลไก ก็คือประเภทของคีย์บอร์ดที่ใช้สวิตช์เป็นเกณฑ์ในการเรียก ซึ่งฟังก์ชันโดยทั่วไปก็จะสามารถเปลี่ยนคีย์แคปได้ ปุ่มกดสนุก มีสีสันไฟ (คีย์บอร์ดที่ไม่ใช่ Mechanical ก็มีแบบมีไฟแล้วนะครับเดี๋ยวนี้) หรือสามารถเปลี่ยนสวิตช์ได้โดยที่ไม่ต้องบัดกรี หรือที่เขาเรียกกันว่า Hot-Swap หรือ Hotswappable
ส่วนคัสตอมคีย์บอร์ด ก็คือแมคคานิคอลคีย์บอร์ดที่มาปรับแต่งเพื่อให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตอบสนองความชอบของแต่ละบุคคล เพราะ “คัสตอม” ก็คือ Custom ที่ย่อมาจาก Customize ที่แปลว่าปรับแต่งได้นั่นเอง
ไม่ว่าจะเป็นเคส คีย์แคป ปุ่มกด สวิตช์ ไฟแสงสี รวมถึงสายเชื่อมต่อ เรียกได้ว่าปรับแต่งได้ทุกส่วนเลยครับ
ในปัจจุบันการปรับแต่งคีย์บอร์ดได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นงานอดิเรกและของสะสมของใครหลาย ๆ คน เพราะคีย์บอร์ดถูกปรับแต่งแล้วนั้นให้ความรู้สึกหรือฟิลลิ่งในการพิมพ์ที่แตกต่างจากคีย์บอร์ดทั่วไปจริงๆ ซ้ำยังอาจเรียกได้ว่าเป็นของที่มีชิ้นเดียวในโลกก็ว่าได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนจะหลงใหลในการเล่นคัสตอมคีย์บอร์ดจนทุ่มเงินเป็นแสนๆ เลยก็มี!
ว่าแต่ในแต่ละส่วนของ Custom Keyboard มีอะไรบ้างไปไล่ดูแต่ละส่วนคร่าว ๆ กันเลยครับ
ส่วนประกอบของ Custom Keyboard มีอะไรบ้าง

Case (เคส)
เป็นส่วนที่เป็นเหมือนกล่องที่ไว้ใส่แผงวงจรและอื่น ๆ เหมือนเป็นบอดี้ของคีย์บอร์ดเรา เคสจะมีผลต่อเสียงในการพิมพ์มาก ๆ หากเลือกใช้วัสดุที่แตกต่างกันไปตามความแข็งแรง ความหนาแน่นของวัสดุ ซึ่งวัสดุที่นิยมนำมาใช้ทำเป็นเคสอันดับต้นๆ ก็คือ พลาสติก, อะลูมิเนียม และโพลีคาร์บอเนต

Plate (เพลต)
เป็นอีกส่วนนึงที่ส่งผลต่อเสียงไม่แพ้กันกับเคส เพลทจะเป็นแผ่นวัสดุที่อยู่ระหว่างแผงวงจรกับสวิตช์ มีความหนาเล็กน้อยประมาณ 1-1.5 มิลลิเมตร ซึ่งมีผลเสียงมาก ๆ เนื่องจากเวลาเรากดคีย์แคปแล้วคีย์แคปจะกระทบกับเพลทโดยตรงทำให้การเลือกวัสดุมีผลต่อเสียงและสัมผัสซึ่งแล้วแต่ความแข็งความหนาแน่นของวัสดุเช่นเดียวกันครับ วัสดุที่ใช้ผลิตเพลตมีดังนี้
● อะลูมิเนียม
● คาบอนไฟเบอร์
● โพลีคาบอเนต
● ทองเหลือง
● สแตนเลส
● FR4
● POM

PCB (แผงวงจร)
จะอยู่ภายในเคสที่หน้าที่ของมันก็คือป้อนคำสั่งจากการกดของเราแต่ละปุ่ม รวมถึงฟังชั่นต่าง ๆ เช่น ไฟ แสงสี การเชื่อมต่อแบบเสียบสายหรือไร้สาย ง่าย ๆ ก็คือ เป็นเหมือนกับหัวใจหลักของคีย์บอร์ดเลยก็ว่าได้ ถ้าไม่มีแผงวงจรนี้คีย์บอร์ดก็จะไม่สามารถใช้งานได้นั้นเอง ซึ่ง PCB นั้นก็จะมีขนาดและเลย์เอาท์ที่แตกต่างกัน หากเราซื้อบอร์ด PCB หรือตัวแผงวงจรแยกกันกับส่วนอื่น ๆ ควรจะเลือก PCB ที่รองรับกับเคส และตำแหน่งของช่องเสียบสายให้ดีก่อนด้วยครับ

Stabilizer / Stab (สแต็บ)
เป็นชิ้นส่วนที่เป็นก้านเหล็กกับพลาสติกที่ทำหน้าที่ประคองปุ่มยาว ๆ ทั้งหลายเพื่อที่ว่าเวลาเรากดนั้นไม่ว่าจะกดตรงไหนก็จะมีแรงลงไปเท่า ๆ กัน ไม่เอียงด้านใดด้านหนึ่งครับ ซึ่งปุ่มที่จะมี Stab อยู่นั้นก็จะเป็นปุ่มยาว ๆ ตั้งแต่ 2U ขึ้นไป เช่น Enter, Spacebar, Shift, Backspace ฯลฯ นั่นเองครับ ซึ่งความจริง ๆ แล้ว Steb จะมีอยู่ในคีย์บอร์ดทุกตัวเลยครับ ส่วนปุ่ม 1U ก็คือปุ่มเล็ก ๆ ทั่วไปเช่นปุ่มตัวอักษร ปุ่มเหล่านี้หากมีการโมดิฟายหรือลูป (lubed) ก็จะให้ให้ฟิลลิ่งหรือความรู้สึกเวลากดค่อนข้างมั่นคง ไม่เอียงไปมุมใดมุมหนึ่งนั่นเองครับ

Switch (สวิตช์)
อันนี้ก็สำคัญไม่แพ้กันกับส่วนประกอบอื่น ๆ เลยครับ จริง ๆ แล้วเป็นส่วนที่เหล่า Custom Keyboard ให้ความสำคัญต่อการเลือกมาก เพราะมันจะส่งผลต่อความรู้สึกและเสียงระหว่างพิมพ์สูงมาก สวิตช์จะทำหน้าที่สัมผัสกับแผงวงจรหรือ PCB เพื่อให้เกิดการส่งข้อมูลแล้วแสดงผลเป็นตัวอักษรออกมา
สวิตช์จะมีการทำงานที่เป็นกลไกแบบปุ่มใครปุ่มมัน ฉะนั้นสวิตช์พวกนี้จะสามารถถอดเปลี่ยนได้ และหากเราเลือกใช้แผงวงจรหรือ PCB ที่เป็นแบบ Hot swappable ก็จะสามารถใช้ที่ดึงสวิตช์ดึงออกมาได้เลย ค่อนข้างสะดวกและไม่ค่อยกระทบกับแผงวงจรมาก แต่แผงวงจรที่ไม่ใช่แบบนี้จะต้องใช้อุปกรณ์บัดกรีเพื่อแยกสวิตช์ออกมาซึ่งจะใช้ความชำนาญมากขึ้นครับ

Keycap (คีย์แคป)
คีย์แคปก็คือ ตัวปุ่มกดที่มีตัวหนังสืออยู่ด้านบนปุ่มที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ตามสไตล์เรา ซึ่ง เคสก็เป็นหนึ่งในความสวยงามของคีย์บอร์ดใช่มั้ยครับ แต่เจ้าคีย์แคปเนี่ยเป็นเหมือนหน้าตาหลักของคีย์บอร์ดเราเลยก็ว่าได้ ซึ่งสามารถเลือกได้หลายรูปแบบ สีสันและวัสดุด้วย

ความรู้สึกและอรรถรสของการเล่น Custom Keyboard
วงการ Custom Keyboard นั้น โดยส่วนตัวแล้วผมซึ่งเป็นผู้เขียนเองก็เป็นผู้เล่นหน้าใหม่ ในส่วนของความรู้สึกและอรรถรสของการเล่น Custom Keyboard นั้น มันลึกซึ้งมากเกินที่จะบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือและวิดีโอได้ ถ้าใครได้ลองสัมผัส จะรู้เลยว่ามันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในแต่ละวัสดุ
มากไปกว่าวัสดุของ เคส, Plate, Switch, และ Keycap ยังมีการ Mod เพื่อให้การพิมพ์การสัมผัสนั้นดีมากยิ่งขึ้น ทั้งการลูป ที่ใช้ของเหลวประเภทครีมหรือจาระบีสำหรับการลูปคีย์บอร์ดโดยเฉพาะ การรองโฟม การเลือกเพลท และคำว่า “ดี” ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีก บางคนอาจจะชอบแน่น ๆ เสียงเงียบ ๆ บางคนอาจจะชอบเสียง Thock เสียงดัง ๆ สวิตช์หลายจังหวะ หน้าตาคีย์บอร์ดที่แปลกไม่เหมือนใคร ซึ่งมันเป็นเหมือนงานอดิเรก เหมือนเราต่อโมเดลประกอบร่างให้ได้มาเป็นคีย์บอร์ดที่เป็นของเราคนเดียวเท่านั้น ซึ่งสัมผัสที่เราจะได้จาก Custom Keyboard จะได้ทั้ง ความรู้สึกในการพิมพ์ ความสวยงามและคุณค่าทางจิตใจ เป็นเหมือนของสะสมเลยครับ ใครเข้าแล้ว ออกยากแน่นอน แต่เจ็บตัวไม่เบาครับ
ความจริงแล้วในแต่ละส่วนประกอบของ Custom Keyboard ยังมีรายละเอียดอีกเยอะมาก ๆ ถ้าจะให้เจาะลึกแต่ละชิ้นนั้นต้องยาวมากแน่ ๆ ในบทความนี้ก็เป็นเหมือนเกริ่นก่อนที่เราจะเข้าวงการ Custom Keyboard อย่างเต็มตัวละกันนะครับ
สำหรับบทความนี้ก็ประมาณนี้ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อใครหลาย ๆ คนที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับ Custom Keyboard ไม่มากก็น้อยนะครับผม หากข้อมูลผิดพลาดประการใด ทางผู้เขียนขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วย สำหรับบทความนี้ สวัสดีครับ